โทษทางกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด

ปัญหายาเสพติดได้แผ่ขยายวงกว้างไปทั่วทุกหนแห่ง

แพร่กระจายอย่างรวดเร็วราวเกิดโรคระบาด มีการคิดค้นตัวยาแปลกๆออกมาขายกันเกร่อ ก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมทุกด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมครอบครัว มีข่าวการจับกุม ข่าวเภทภัยของยาเสพติดให้เห็นทุกวันทางทีวี หนังสือพิมพ์ แต่เหตุใดยิ่งปราบก็ยิ่งมีมากขึ้นทวีความรุนแรงขึ้นทุกที ยาเสพติดให้โทษเป็นสารเคมีหรือวัตถุใดๆซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดยการกิน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใดๆแล้วจะทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจ รวมตลอดถึงพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นหรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติด และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษด้วย

การมีไว้ในครอบครอง เสพ และจำหน่ายสารเสพติดที่กฎหมายกำหนดห้ามไว้ เป็นความผิดตามกฎหมายไทย โดยความผิดดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาและจะเป็นคดีให้ศาลอาญาพิจารณาต่อไป แต่อย่างไรก็ตามนักโทษคดียาเสพติดอาจได้รับการพิจารณาให้รับการรักษาในสถานบำบัดแทนการติดคุกก็ได้ การลงโทษทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสารเสพติดนั้นพบว่ามีบทลงโทษไว้ในสถานเบา ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ค้าและผู้เสพมักไม่กลัวเกรงต่อการกระทำผิด รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวกับสารเสพติดมีเนื้อหาและรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงควรศึกษาถึงกฎหมายดังกล่าวเพื่อจะได้เป็นแนวทางในการแนะนำให้ผู้อื่นได้ตระหนักถึงโทษของการมีหรือครอบครองการใช้สารเสพติดประเภทต่างๆ

ความผิดเกี่ยวกับสารเสพติด

1. การผิตสารเสพติด มีนิยามศัพท์ไว้ว่า การผลิต หมายถึง การเพาะผลูก ทำ ผสม ปรุง แปลง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วย
2. การขาย จำหน่าย หรือจ่ายแจก มีนิยามศัพท์ไว้ว่า จำหน่าย หมายถึง การขาย จ่ายแจก แลกเปลี่ยน
3. มีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย มีบางมาตราบัญญัติเป็นข้อสันนิษฐานของกฎหมายไว้ว่า “ถ้าในกรณีของเฮโรอีนไว้ในครองครองตั้งแต่ 20 กรัมขึ้นไป กฎหมายถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า ถ้ามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองไม่ถึง 20 กรัม จะตั้งข้อหาว่ามีไว้ในครอบครองเพิ่อจำหน่ายไม่ได้
4. เสพ หมายถึงการรับสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยหลัหวิทยาศาสตร์การแพทย์
5. การบำบัดรักษา ตามมาตรา 94 ระบุไว้ว่าให้ผู้เสพสารเสพติดได้รับการยกเว้นโทษ หากสมัครใจขอเข้ารับการบำบัดรักษาก่อนที่ความผิดจะปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

การร่วมมือกันเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ยาเสพติดเป็นปัญหาของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย

มีลักษณะการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แม้แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีความตั้งใจจริง พยายามที่จะปราบปรามทั้งบนดินและใต้ดินเพื่อที่จะขจัดยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวคิดในการแก้ไขปัญหานี้ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในชุมชนระดับรากหญ้า มาตรการสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือบทบาทของสถาบันทางสังคมไทยในระดับรากหญ้า ซึ่งประกอบด้วย สถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน สถาบันโรงเรียน และสถาบันศาสนา เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

สภาพปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่นับจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งจากสถิติพบว่าผู้ติดยาเสพติดจำนวนมากจะเป็นผู้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรข้ามชาติและปัญหาความมั่นคงแห่งชาติอีกด้วย หากปล่อยไว้ให้เนิ่นช้าจะก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมอย่างรุนแรงจนไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะปัญหายาเสพติดมิใช่เรื่องที่จะสามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้อีกต่อไป แต่กลับจะเป็นปัญหาระดับชาติที่ลุกลามอย่างไม่จบสิ้น ดังนั้นจึงเห็นสมควรที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งหามาตรการในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้บรรลุผลอย่างจริงจัง

สาเหตุของปัญหายาเสพติดแตกต่างกันในสังคม หรือชุมชนต่างๆ

การป้องกันที่เหมาะสมจึงย่อมต้องแตกต่างกันไปด้วย นอกจากนี้กลุ่มบุคคลเป้าหมายของมาตรการป้องกันย่อมมีสภาพด้านบุคลิกภาพและสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องเลือกมาตรการป้องกันที่เหมาะสม มาตรการบางอย่างที่เหมาะสมกับคนกลุ่มหนึ่ง อาจกลายเป็นโทษสำหรับคนกลุ่มอื่นได้ ยังไม่มีมาตรการใดอย่างเดียวที่ใช้ได้ผลกับคนทุกกลุ่ม การที่มาตรการในการป้องกันปัญหายาเสพติดจะได้ผลนั้นจำเป็นต้องอาศัยกำลังใจ ความร่วมมือ และแรงสนับสนุน จากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนทั่วไป

สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า มีทั้งผู้เสพ ผู้จำหน่าย ผู้ผลิต และผู้เสี่ยงที่จะไปใช้ยาเสพติดเพราะถูกชักจูงหรืออยากทดลอง ดังนั้นการป้องกันปัญหาอย่างเดียวทำไม่ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหายาเสพติดไปพร้อมๆกัน ในเมื่อสถานการณ์ปัจจุบันมีทั้งผู้เสพ ผู้จำหน่าย ผู้ผลิต และกลุ่มเสี่ยง เราจะทำอย่างไรบุคคลเหล่านี้จึงจะหมดไป

การแก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา

ยาเสพติดเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ที่มาจากการสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใดๆก็ตาม เป็นระยะเวลานานๆจะทำให้ร่างกายทรุดโทรมและตกเป็นทาสของยาเสพติด ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และต้องเพิ่มปริมาณยาเรื่อยๆ เพราะเมื่อเสพไปสักระยะหนึ่งจะเกิดอาการดื้อยา ปริมาณยาเดิมไม่สามารถทำให้เมาได้ เมื่อไม่ได้เสพจะเกิดอาการขาดยา และทำให้เสียชีวิตได้

ปัญหายาเสพติดได้ขยายตัวเข้ามาในสถานศึกษามากขึ้น หากไม่เริ่มดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนอาจสายเกินไปสำหรับเยาวชนและมีปัญหาในการพัฒนาประเทศต่อไป ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทำให้คณะกรรมการหลายๆฝ่ายกำหนดวิธีการหลีกเลี่ยงยาเสพติด ดังนี้
1.ไม่พูดคุยกับผู้ที่เสพยาเสพติดหรือร่วมวงสนทนากับผู้ใช้ยาเสพติด
2.ไม่รับฝากยาเสพติด หรือส่งยาเสพติดให้กับผู้อื่น
3.เลือกคบเพื่อน หากิจกรรมที่ทำร่วมกับผู้อื่น แนะนำให้เพื่อนเลิกยาเสพติด หรือแจ้งผู้ปกครองให้ทราบหากพบว่าเพื่อนเสพยา
4.หากเลิกยาได้แล้ว ไม่ควรกลับไปเสพอีก
5.ไม่ควรเข้าไปในแหล่งของยาเสพติด พยายามหลีกเลี่ยงและนึกถึงผลเสียที่จะตามมา
6.หมั่นให้กำลังใจตนเองในการกระทำความดีที่ทำมาอย่างสม่ำเสมอ
7.หัดมองโลกในแง่ดี คิดถึงความดีที่เคยทำมาตลอด
8.ปรึกษาพ่อ แม่ ผู้ปกครอง หากมีปัญหา

อย่างไรก็ตามควรเริ่มจากครอบครัวที่ควรให้ความรัก ความอบอุ่น ความเอาใจใส่ และช่วยปลูกฝังให้เยาวชนเป็นคนดีของสังคม วางแผนครอบครัวให้ดี สั่งสอนให้เยาวชนเป็นคนดีของสังคม เชื่อได้เลยว่าการส่งเสริมคนให้มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อจรรยาบรรณ หน้าที่ความรับผิดชอบสังคมจะเกิดขึ้น เพราะยาเสพติดเป็นบ่อนทำลายประเทศชาติ การกำจัดยาเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือของทุกส่วน ภาครัฐเองควรเร่งการแก้ไข ไม่ใช่รอแก้ที่ปลายเหตุ แต่ควรเข้าไปยับยั้งในสถานศึกษา เช่น ให้ความรู้ หาทางช่วยเหลือ ร่วมสร้างทักษะ และแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างครบวงจร เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้เกิดกับตัวเยาวชนในการป้องกันและหลีกเลี่ยงจากปัญหายาเสพติด เพื่อสร้างสังคมครอบครัวให้เข้มแข็งสืบต่อไป

ปัญหายาเสพติด กับผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ

ในขณะที่หลายคนกำลังให้ความสำคัญกับปัญหาการเมืองไทแต่ปัญหาอีกประการที่หลายคนละเลยไปที่สร้างความรุนแรงในสังคมไม่แพ้ปัญหาการเมืองไทย นั่นก็คือ “ปัญหายาเสพติด” ปัญหายาเสพติดนับเป็นปัญหาสังคมที่มีความร้ายแรงระดับชาติ ทุกสังคมชุมชนต่างได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติดในทุกวันนี้ คนจำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดในสังคมไทย แม้จะได้มีมาตรการป้องกันและปราบปรามผู้ลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติด แต่ก็ยังไม่สามารถขจัดยาเสพติดให้หมดไปได้ เนื่องจากเป็นขบวนการที่มีความซับซ้อนนับวันปัญหายาเสพติดยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญยิ่งของประเทศไทย เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาอื่น ๆ มากมายในประเทศ ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงและขยายตัวมากขึ้นจากผลของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โครงสร้างทางสังคมเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ขาดพลังและขาดความสมดุลในการพัฒนา สถาบันหลักทางสังคมหลายสถาบันเกิดความอ่อนแอ เป็นช่องว่างทำให้ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดไม่ว่าจะเป็นนายทุนผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นำเข้า และส่งออกยาเสพติด อาศัยผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนำยาเสพติดทั้งที่มีอยู่เดิมและชนิดใหม่เข้ามา เผยแพร่ในหมู่ประชาชนในแต่ละกลุ่มซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ยาเสพติดเป็นปัญหาที่ “เป็นภัยคุกคาม กัดกร่อน บ่อนทำลาย” ประเทศไทยส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทั้งต่อปัจเจกบุคคล และสังคมส่วนรวมในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ การผลิตและการค้ายาเสพติดจัดเป็นกลุ่มธุรกิจ และเศรษฐกิจนอกกฎหมายที่ไม่ก่อให้เกิดการผลิต แม้ว่าการค้ายาเสพติดบางส่วนจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้เมื่อมีการค้าขาย แต่ก็เป็นรายได้สำหรับคนบางกลุ่มที่กระทำผิดกฎหมายและเอารัดเอาเปรียบสังคม  ปัญหายาเสพติดทำให้รัฐบาลต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมาก เพื่อใช้ในการป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษาและฟื้นฟู แทนที่จะนำไปใช้ในการด้านอื่นๆ ที่มีความจำเป็น ต้องสูญเสียทรัพยากรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโดยไม่จำเป็น รวมทั้งกระทบต่อทรัพยากรมนุษย์ เพราะยาเสพติดมีส่วนทำลายพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสมองของเด็กและเยาวชน และแรงงานที่จะเป็นพลังของประเทศไทยในอนาคต

 

การให้ความรู้เรื่องพิษภัยของยาเสพย์ติดแก่เด็กและเยาวชน

ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญยิ่งของประเทศไทย

เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาอื่นๆมากมายในประเทศ ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงและขยายตัวมากขึ้นจากผลของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โครงสร้างทางสังคมเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ขาดพลังและขาดความสมดุลในการพัฒนา สถาบันหลักทางสังคมหลายสถาบันเกิดความอ่อนแอ เป็นช่องว่างทำให้ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น มาตรการสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ บทบาทของสถาบันทางสังคมไทยในระดับรากหญ้า ซึ่งประกอบด้วย สถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน สถาบันโรงเรียน และสถาบันศาสนา เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหา

ปัจจุบันมีเด็กและวัยรุ่นเป็นจำนวนมากที่ใช้ยาผิดหรือติดยาเสพติด ซึ่งไม่ควรจะมีและน่าจะต้องป้องกันมิให้มี เพราะเด็กเหล่านี้คืออนาคตของชาติ เมื่อเด็กจิตใจว้าวุ่นสุขภาพจิตไม่ดี โอกาสที่จะหลงใช้ยาผิดก็มีมาก จึงควรหาทางป้องกันโดยศึกษาว่าความต้องการในจิตใจเด็กนั้นมีอย่างไรบ้าง หรือศึกษาว่าจิตใจของเด็กซึ่งใช้ยาเสพติดนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งจะพบว่าเด็กๆเหล่านี้ก็มีความต้องการเช่นเดียวกับจิตใจของเด็กที่กำลังพัฒนาคนอื่นๆ กล่าวคือ มีความต้องการซึ่งเป็นตัวผลักดันให้เด็กกระทำพฤติกรรมต่างๆ การป้องกันปัญหายาเสพติดในเด็กนั้นต้องพิจารณาจากหลายๆปัจจัย เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด คือ การให้การศึกษาแก่นักเรียนและประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดและถูกที่สุด

ยาเสพติดส่งผลกระทบทั้งทางร่างกาย จิตใจ รวมทั้งอนาคตต่อตัวผู้เสพ

ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดผลร้ายแก่ครอบครัว ชุมชน และสังคม ซึ่งต้องรับภาระในการดูแลหรือตกเป็นเหยื่อของผู้ติดยาเสพติด ปัญหายาเสพติดยังมีผลต่อระบบเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ เพราะการค้ายาเสพติดเป็นธุรกิจนอกกฎหมายซึ่งสร้างความร่ำรวยบนความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน แต่ก็ทิ้งภาระแก่ทางการในการติดตามปราบปรามผู้ค้า และรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เป็นงบประมาณจำนวนมหาศาล ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือปัจจุบันมีเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของยาเสพติดในรูปต่างๆ

การประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้เรื่องพิษภัยของยาเสพย์ติด

คงจะเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่เยาวชนได้ การจัดค่ายอบรมเรื่องยาเสพย์ติด การจัดรายการประจำทางสื่อวิทยุโทรทัศน์ และคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ นิตยสารและสิ่งพิมพ์ต่างๆ ตลอดจนการให้ความรู้ทางสื่ออื่นๆน่าจะเป็นวิถีทางที่เร่งเร้าจิตสำนึกของคนไทยให้ช่วยกันขจัดปัญหายาเสพย์ติด ผู้รับผิดชอบกำกับดูแลมาตรการทางกฎหมายและสังคมคงจะต้องทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ และต้องยอมรับกันว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุคือผู้เสพย์ยาแต่เพียงอย่างเดียวไม่น่าเป็นหนทางแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุซึ่งได้แก่การลักลอบผลิตและจำหน่าย จะช่วยส่งเสริมให้การแก้ปัญหาได้ผลอย่างถาวร