สาระน่ารู้เกี่ยวกับสารเสพติดโคเคน

โคเคน เป็นสารสกัดมาจากใบของต้นโคคามีออกฤทธิ์เป็นสารกระตุ้นที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางและเป็นสารที่ระงับความต้องการของร่างกายและหรับผู้ที่ได้รับสารนี้จะรู้สึกมีความสุข และมีพลังงานเพิ่มอย่างสูงในระยะเวลาสั้นๆ ทั้งนี้ผู้ที่ใช้สารเสพติดเหล่านี้ส่วนใหญ่มีอาการเครียดวิตกกังวลอย่างรุนแรง พักผ่อนไม่เพียงพอ และต้องการผ่อนคลายความตึงเครียดลง

ทั้งนี้ผลกระทบที่ผู้ใช้จะได้รับจากสารเสพติดโคเคนมีด้วยกันดังนี้
1.ความรุนแรงของอาการทางจิตที่เกิดจากโคเคน จะมีมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปริมาณและความเร็วของโคเคนที่เข้าสู่สมอง
2.ผลทางร่างกายจะมีพละกำลัง อาการที่เกิดขึ้นมือจะสั่น อัตราการเต้นหัวใจเร็วขึ้น ความดันเลือดสูง อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นและอาจจะทำให้เกิดอาการชักหมดสติระบบการหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้ด้วย
3.ผลทางจิตใจผู้เสพจะมีอาการเคลิบเคลิ้มเป็นสุขความวิตกกังวลลดลงการเข้าสังคมลดลงและหากเสพต่อเนื่องไปเรื่อยๆจะทำให้เกิดอาการประสาทหลอนอย่างเช่นพูดพล่ามไม่หยุดไม่กินอาหาร ไม่หลับไม่นอน และมีความแปรปรวนทางอารมณ์ตลอดเวลา
4.การเสพติดโคเคนทางจิตใจเมื่อไม่ได้เสพตัวผู้ติดยาจะมีอาการกระสับกระส่ายกังวลใจอย่างรุนแรง ร่างกายอ่อนล้า และจิตใจหดหู่และ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเหล่านี้ ผู้เสพติดโคเคนส่วนใหญ่จึงมักเสพยาติดต่อกันไปเรื่อยๆก่อให้เกิดปัญหาการได้รับยาเกินขนาด ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการชัก ระบบการหายใจล้มเหลว หัวใจวาย เส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิตได้

ข้อเสียของการใช้สารโคเคน นั้นสารโคเคนจะมีผลให้ระบบการหายใจล้มเหลว มีโอกาสเป็น โรคหัวใจ และอัมพาตในผู้ใช้สารโคเคนเป็นระยะเวลานาน หลังจากโคเคนหมดฤทธิ์แล้วอาจจะทำให้เกิดอาการซึมเศร้าเนื่องจากภาวะการลดระดับของสารโดปามีนในสมองอย่างฉับพลัน ถึงแม้ว่าโคเคนจะเป็นสารเสพติด แต่ทางการแพทย์ก็มีการใช้สาร Topical Anesthesia โดยการใช้ร่วมในเด็ก อย่างเช่น การศัลยกรรม ตา จมูก และคอ

จะเห็นได้ว่าสารโคเคนนั้นมีผลร้ายแรงเลยทีเดียวเพราะเมื่อผู้เสพได้เสพยาชนิดนี้เข้าไปแล้วจะส่งผลร้ายต่อร่างกายมากกว่าผลที่ได้รับ

ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตส่งผลกระทบต่อสังคม

การติดยาเสพติดเป็นปัญหาหนักของสังคมในปัจจุบัน ที่มาจากสาเหตุหลายอย่าง เช่น เพื่อนชักชวน การอยากลอง อยากมีประสบการณ์แปลกๆ รักสนุก หรือปัญหาครอบครัว และเมื่อตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ของสารเสพย์ติดเหล่านี้ ผู้ใช้จะมีความรู้สึกเคลิบเคลิ้มที่แตกต่างจากโลกที่เคยพบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความรู้สึกชั่วคราว ที่เกิดจากฤทธิ์ของยา แล้วจะหายไปเมื่อยาหมดฤทธิ์ ผู้ที่ติดยาจึงเปรียบเหมือน ระเบิดเวลาที่อาจจะระเบิดออกมาเมื่อไรก็ได้เมื่อระเบิดแล้วก็ก่อปัญหา ทั้งต่อตัวเองและสังคม ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ตระหนักถึงพิษภัยและโทษของยาเสพติด และช่วยกัน สร้างความรัก ความอบอุ่นให้กับครอบครัวเพื่อเป็นการไม่ให้เยาวชนไทยติดยาเสพติด

จะเห็นได้ว่าการใช้ยาเสพย์ติดส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพล มาจากวัฒนธรรม และสังคมต่างประเทศ โดยเฉพาะยาอี และยาเค ฉะนั้นครอบครัวจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะปลูกฝังภูมิคุ้มกันยาเสพย์ติด ให้แก่เยาวชนของชาติ หมั่นสอดส่องดูแล ให้ความเข้าใจ และความอบอุ่น เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจ สำหรับตัวเยาวชนเอง ต้องรู้จักการยับยั้งชั่งใจ รู้จักปฏิเสธ เมื่อถูกชักชวนให้ทดลองเสพย์ยา โดยการใช้เวลาว่างให้ถูกต้อง อย่างเช่น การเล่นกีฬา ดนตรี หรือแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อป้องกัน การแทรกซึม จากภัยของยาเสพย์ติด

นอกจากนี้แล้วการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ความรู้ เรื่องพิษภัยของยาเสพย์ติดนั้นยังเป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้องแก่เยาวชนได้ การจัดค่ายอบรม เรื่องยาเสพย์ติดการจัดรายการประจำ ทางสื่อวิทยุโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ต่างๆรวมทั้งการให้ความรู้ ทางสื่ออื่นๆเพราะจะเป็นวิถีทาง ที่เร่งเร้าจิตสำนึกให้ช่วยกัน ขจัดปัญหายาเสพย์ติดที่สำคัญผู้รับผิดชอบกำกับดูแลมาตรการทางกฎหมายและสังคมจะต้องทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหา อย่างเช่น การลักลอบผลิตและจำหน่าย เพื่อเป็นการลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา

จะเห็นได้ว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ หากประเทศใดมีประชาชนติดยาเสพติดจำนวนมาก ก็ไม่สามารถพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองได้ดังนั้นแล้วทุกคนควรจะร่วมมือกันในการช่วยกันสอดส่องดูแลเยาวชนไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสติดเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ครอบครัวมีความสุขได้อีกอย่างยังสามารถช่วยให้ประเทศชาติเจริญยิ่งขึ้น

โทษทางกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด

ปัญหายาเสพติดได้แผ่ขยายวงกว้างไปทั่วทุกหนแห่ง

แพร่กระจายอย่างรวดเร็วราวเกิดโรคระบาด มีการคิดค้นตัวยาแปลกๆออกมาขายกันเกร่อ ก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมทุกด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมครอบครัว มีข่าวการจับกุม ข่าวเภทภัยของยาเสพติดให้เห็นทุกวันทางทีวี หนังสือพิมพ์ แต่เหตุใดยิ่งปราบก็ยิ่งมีมากขึ้นทวีความรุนแรงขึ้นทุกที ยาเสพติดให้โทษเป็นสารเคมีหรือวัตถุใดๆซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดยการกิน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใดๆแล้วจะทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจ รวมตลอดถึงพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นหรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติด และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษด้วย

การมีไว้ในครอบครอง เสพ และจำหน่ายสารเสพติดที่กฎหมายกำหนดห้ามไว้ เป็นความผิดตามกฎหมายไทย โดยความผิดดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาและจะเป็นคดีให้ศาลอาญาพิจารณาต่อไป แต่อย่างไรก็ตามนักโทษคดียาเสพติดอาจได้รับการพิจารณาให้รับการรักษาในสถานบำบัดแทนการติดคุกก็ได้ การลงโทษทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสารเสพติดนั้นพบว่ามีบทลงโทษไว้ในสถานเบา ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ค้าและผู้เสพมักไม่กลัวเกรงต่อการกระทำผิด รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวกับสารเสพติดมีเนื้อหาและรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงควรศึกษาถึงกฎหมายดังกล่าวเพื่อจะได้เป็นแนวทางในการแนะนำให้ผู้อื่นได้ตระหนักถึงโทษของการมีหรือครอบครองการใช้สารเสพติดประเภทต่างๆ

ความผิดเกี่ยวกับสารเสพติด

1. การผิตสารเสพติด มีนิยามศัพท์ไว้ว่า การผลิต หมายถึง การเพาะผลูก ทำ ผสม ปรุง แปลง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วย
2. การขาย จำหน่าย หรือจ่ายแจก มีนิยามศัพท์ไว้ว่า จำหน่าย หมายถึง การขาย จ่ายแจก แลกเปลี่ยน
3. มีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย มีบางมาตราบัญญัติเป็นข้อสันนิษฐานของกฎหมายไว้ว่า “ถ้าในกรณีของเฮโรอีนไว้ในครองครองตั้งแต่ 20 กรัมขึ้นไป กฎหมายถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า ถ้ามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองไม่ถึง 20 กรัม จะตั้งข้อหาว่ามีไว้ในครอบครองเพิ่อจำหน่ายไม่ได้
4. เสพ หมายถึงการรับสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยหลัหวิทยาศาสตร์การแพทย์
5. การบำบัดรักษา ตามมาตรา 94 ระบุไว้ว่าให้ผู้เสพสารเสพติดได้รับการยกเว้นโทษ หากสมัครใจขอเข้ารับการบำบัดรักษาก่อนที่ความผิดจะปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

การร่วมมือกันเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ยาเสพติดเป็นปัญหาของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย

มีลักษณะการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แม้แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีความตั้งใจจริง พยายามที่จะปราบปรามทั้งบนดินและใต้ดินเพื่อที่จะขจัดยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวคิดในการแก้ไขปัญหานี้ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในชุมชนระดับรากหญ้า มาตรการสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือบทบาทของสถาบันทางสังคมไทยในระดับรากหญ้า ซึ่งประกอบด้วย สถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน สถาบันโรงเรียน และสถาบันศาสนา เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

สภาพปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่นับจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งจากสถิติพบว่าผู้ติดยาเสพติดจำนวนมากจะเป็นผู้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรข้ามชาติและปัญหาความมั่นคงแห่งชาติอีกด้วย หากปล่อยไว้ให้เนิ่นช้าจะก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมอย่างรุนแรงจนไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะปัญหายาเสพติดมิใช่เรื่องที่จะสามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้อีกต่อไป แต่กลับจะเป็นปัญหาระดับชาติที่ลุกลามอย่างไม่จบสิ้น ดังนั้นจึงเห็นสมควรที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งหามาตรการในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้บรรลุผลอย่างจริงจัง

สาเหตุของปัญหายาเสพติดแตกต่างกันในสังคม หรือชุมชนต่างๆ

การป้องกันที่เหมาะสมจึงย่อมต้องแตกต่างกันไปด้วย นอกจากนี้กลุ่มบุคคลเป้าหมายของมาตรการป้องกันย่อมมีสภาพด้านบุคลิกภาพและสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องเลือกมาตรการป้องกันที่เหมาะสม มาตรการบางอย่างที่เหมาะสมกับคนกลุ่มหนึ่ง อาจกลายเป็นโทษสำหรับคนกลุ่มอื่นได้ ยังไม่มีมาตรการใดอย่างเดียวที่ใช้ได้ผลกับคนทุกกลุ่ม การที่มาตรการในการป้องกันปัญหายาเสพติดจะได้ผลนั้นจำเป็นต้องอาศัยกำลังใจ ความร่วมมือ และแรงสนับสนุน จากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนทั่วไป

สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า มีทั้งผู้เสพ ผู้จำหน่าย ผู้ผลิต และผู้เสี่ยงที่จะไปใช้ยาเสพติดเพราะถูกชักจูงหรืออยากทดลอง ดังนั้นการป้องกันปัญหาอย่างเดียวทำไม่ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหายาเสพติดไปพร้อมๆกัน ในเมื่อสถานการณ์ปัจจุบันมีทั้งผู้เสพ ผู้จำหน่าย ผู้ผลิต และกลุ่มเสี่ยง เราจะทำอย่างไรบุคคลเหล่านี้จึงจะหมดไป

การแก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา

ยาเสพติดเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ที่มาจากการสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใดๆก็ตาม เป็นระยะเวลานานๆจะทำให้ร่างกายทรุดโทรมและตกเป็นทาสของยาเสพติด ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และต้องเพิ่มปริมาณยาเรื่อยๆ เพราะเมื่อเสพไปสักระยะหนึ่งจะเกิดอาการดื้อยา ปริมาณยาเดิมไม่สามารถทำให้เมาได้ เมื่อไม่ได้เสพจะเกิดอาการขาดยา และทำให้เสียชีวิตได้

ปัญหายาเสพติดได้ขยายตัวเข้ามาในสถานศึกษามากขึ้น หากไม่เริ่มดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนอาจสายเกินไปสำหรับเยาวชนและมีปัญหาในการพัฒนาประเทศต่อไป ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทำให้คณะกรรมการหลายๆฝ่ายกำหนดวิธีการหลีกเลี่ยงยาเสพติด ดังนี้
1.ไม่พูดคุยกับผู้ที่เสพยาเสพติดหรือร่วมวงสนทนากับผู้ใช้ยาเสพติด
2.ไม่รับฝากยาเสพติด หรือส่งยาเสพติดให้กับผู้อื่น
3.เลือกคบเพื่อน หากิจกรรมที่ทำร่วมกับผู้อื่น แนะนำให้เพื่อนเลิกยาเสพติด หรือแจ้งผู้ปกครองให้ทราบหากพบว่าเพื่อนเสพยา
4.หากเลิกยาได้แล้ว ไม่ควรกลับไปเสพอีก
5.ไม่ควรเข้าไปในแหล่งของยาเสพติด พยายามหลีกเลี่ยงและนึกถึงผลเสียที่จะตามมา
6.หมั่นให้กำลังใจตนเองในการกระทำความดีที่ทำมาอย่างสม่ำเสมอ
7.หัดมองโลกในแง่ดี คิดถึงความดีที่เคยทำมาตลอด
8.ปรึกษาพ่อ แม่ ผู้ปกครอง หากมีปัญหา

อย่างไรก็ตามควรเริ่มจากครอบครัวที่ควรให้ความรัก ความอบอุ่น ความเอาใจใส่ และช่วยปลูกฝังให้เยาวชนเป็นคนดีของสังคม วางแผนครอบครัวให้ดี สั่งสอนให้เยาวชนเป็นคนดีของสังคม เชื่อได้เลยว่าการส่งเสริมคนให้มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อจรรยาบรรณ หน้าที่ความรับผิดชอบสังคมจะเกิดขึ้น เพราะยาเสพติดเป็นบ่อนทำลายประเทศชาติ การกำจัดยาเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือของทุกส่วน ภาครัฐเองควรเร่งการแก้ไข ไม่ใช่รอแก้ที่ปลายเหตุ แต่ควรเข้าไปยับยั้งในสถานศึกษา เช่น ให้ความรู้ หาทางช่วยเหลือ ร่วมสร้างทักษะ และแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างครบวงจร เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้เกิดกับตัวเยาวชนในการป้องกันและหลีกเลี่ยงจากปัญหายาเสพติด เพื่อสร้างสังคมครอบครัวให้เข้มแข็งสืบต่อไป