การร่วมมือกันเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ยาเสพติดเป็นปัญหาของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย

มีลักษณะการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แม้แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีความตั้งใจจริง พยายามที่จะปราบปรามทั้งบนดินและใต้ดินเพื่อที่จะขจัดยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวคิดในการแก้ไขปัญหานี้ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในชุมชนระดับรากหญ้า มาตรการสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือบทบาทของสถาบันทางสังคมไทยในระดับรากหญ้า ซึ่งประกอบด้วย สถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน สถาบันโรงเรียน และสถาบันศาสนา เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

สภาพปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่นับจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งจากสถิติพบว่าผู้ติดยาเสพติดจำนวนมากจะเป็นผู้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรข้ามชาติและปัญหาความมั่นคงแห่งชาติอีกด้วย หากปล่อยไว้ให้เนิ่นช้าจะก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมอย่างรุนแรงจนไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะปัญหายาเสพติดมิใช่เรื่องที่จะสามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้อีกต่อไป แต่กลับจะเป็นปัญหาระดับชาติที่ลุกลามอย่างไม่จบสิ้น ดังนั้นจึงเห็นสมควรที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งหามาตรการในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้บรรลุผลอย่างจริงจัง

สาเหตุของปัญหายาเสพติดแตกต่างกันในสังคม หรือชุมชนต่างๆ

การป้องกันที่เหมาะสมจึงย่อมต้องแตกต่างกันไปด้วย นอกจากนี้กลุ่มบุคคลเป้าหมายของมาตรการป้องกันย่อมมีสภาพด้านบุคลิกภาพและสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องเลือกมาตรการป้องกันที่เหมาะสม มาตรการบางอย่างที่เหมาะสมกับคนกลุ่มหนึ่ง อาจกลายเป็นโทษสำหรับคนกลุ่มอื่นได้ ยังไม่มีมาตรการใดอย่างเดียวที่ใช้ได้ผลกับคนทุกกลุ่ม การที่มาตรการในการป้องกันปัญหายาเสพติดจะได้ผลนั้นจำเป็นต้องอาศัยกำลังใจ ความร่วมมือ และแรงสนับสนุน จากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนทั่วไป

สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า มีทั้งผู้เสพ ผู้จำหน่าย ผู้ผลิต และผู้เสี่ยงที่จะไปใช้ยาเสพติดเพราะถูกชักจูงหรืออยากทดลอง ดังนั้นการป้องกันปัญหาอย่างเดียวทำไม่ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหายาเสพติดไปพร้อมๆกัน ในเมื่อสถานการณ์ปัจจุบันมีทั้งผู้เสพ ผู้จำหน่าย ผู้ผลิต และกลุ่มเสี่ยง เราจะทำอย่างไรบุคคลเหล่านี้จึงจะหมดไป

การแก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา

ยาเสพติดเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ที่มาจากการสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใดๆก็ตาม เป็นระยะเวลานานๆจะทำให้ร่างกายทรุดโทรมและตกเป็นทาสของยาเสพติด ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และต้องเพิ่มปริมาณยาเรื่อยๆ เพราะเมื่อเสพไปสักระยะหนึ่งจะเกิดอาการดื้อยา ปริมาณยาเดิมไม่สามารถทำให้เมาได้ เมื่อไม่ได้เสพจะเกิดอาการขาดยา และทำให้เสียชีวิตได้

ปัญหายาเสพติดได้ขยายตัวเข้ามาในสถานศึกษามากขึ้น หากไม่เริ่มดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนอาจสายเกินไปสำหรับเยาวชนและมีปัญหาในการพัฒนาประเทศต่อไป ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทำให้คณะกรรมการหลายๆฝ่ายกำหนดวิธีการหลีกเลี่ยงยาเสพติด ดังนี้
1.ไม่พูดคุยกับผู้ที่เสพยาเสพติดหรือร่วมวงสนทนากับผู้ใช้ยาเสพติด
2.ไม่รับฝากยาเสพติด หรือส่งยาเสพติดให้กับผู้อื่น
3.เลือกคบเพื่อน หากิจกรรมที่ทำร่วมกับผู้อื่น แนะนำให้เพื่อนเลิกยาเสพติด หรือแจ้งผู้ปกครองให้ทราบหากพบว่าเพื่อนเสพยา
4.หากเลิกยาได้แล้ว ไม่ควรกลับไปเสพอีก
5.ไม่ควรเข้าไปในแหล่งของยาเสพติด พยายามหลีกเลี่ยงและนึกถึงผลเสียที่จะตามมา
6.หมั่นให้กำลังใจตนเองในการกระทำความดีที่ทำมาอย่างสม่ำเสมอ
7.หัดมองโลกในแง่ดี คิดถึงความดีที่เคยทำมาตลอด
8.ปรึกษาพ่อ แม่ ผู้ปกครอง หากมีปัญหา

อย่างไรก็ตามควรเริ่มจากครอบครัวที่ควรให้ความรัก ความอบอุ่น ความเอาใจใส่ และช่วยปลูกฝังให้เยาวชนเป็นคนดีของสังคม วางแผนครอบครัวให้ดี สั่งสอนให้เยาวชนเป็นคนดีของสังคม เชื่อได้เลยว่าการส่งเสริมคนให้มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อจรรยาบรรณ หน้าที่ความรับผิดชอบสังคมจะเกิดขึ้น เพราะยาเสพติดเป็นบ่อนทำลายประเทศชาติ การกำจัดยาเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือของทุกส่วน ภาครัฐเองควรเร่งการแก้ไข ไม่ใช่รอแก้ที่ปลายเหตุ แต่ควรเข้าไปยับยั้งในสถานศึกษา เช่น ให้ความรู้ หาทางช่วยเหลือ ร่วมสร้างทักษะ และแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างครบวงจร เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้เกิดกับตัวเยาวชนในการป้องกันและหลีกเลี่ยงจากปัญหายาเสพติด เพื่อสร้างสังคมครอบครัวให้เข้มแข็งสืบต่อไป

ปัญหายาเสพติด กับผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ

ในขณะที่หลายคนกำลังให้ความสำคัญกับปัญหาการเมืองไทแต่ปัญหาอีกประการที่หลายคนละเลยไปที่สร้างความรุนแรงในสังคมไม่แพ้ปัญหาการเมืองไทย นั่นก็คือ “ปัญหายาเสพติด” ปัญหายาเสพติดนับเป็นปัญหาสังคมที่มีความร้ายแรงระดับชาติ ทุกสังคมชุมชนต่างได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติดในทุกวันนี้ คนจำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดในสังคมไทย แม้จะได้มีมาตรการป้องกันและปราบปรามผู้ลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติด แต่ก็ยังไม่สามารถขจัดยาเสพติดให้หมดไปได้ เนื่องจากเป็นขบวนการที่มีความซับซ้อนนับวันปัญหายาเสพติดยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญยิ่งของประเทศไทย เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาอื่น ๆ มากมายในประเทศ ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงและขยายตัวมากขึ้นจากผลของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โครงสร้างทางสังคมเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ขาดพลังและขาดความสมดุลในการพัฒนา สถาบันหลักทางสังคมหลายสถาบันเกิดความอ่อนแอ เป็นช่องว่างทำให้ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดไม่ว่าจะเป็นนายทุนผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นำเข้า และส่งออกยาเสพติด อาศัยผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนำยาเสพติดทั้งที่มีอยู่เดิมและชนิดใหม่เข้ามา เผยแพร่ในหมู่ประชาชนในแต่ละกลุ่มซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ยาเสพติดเป็นปัญหาที่ “เป็นภัยคุกคาม กัดกร่อน บ่อนทำลาย” ประเทศไทยส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทั้งต่อปัจเจกบุคคล และสังคมส่วนรวมในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ การผลิตและการค้ายาเสพติดจัดเป็นกลุ่มธุรกิจ และเศรษฐกิจนอกกฎหมายที่ไม่ก่อให้เกิดการผลิต แม้ว่าการค้ายาเสพติดบางส่วนจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้เมื่อมีการค้าขาย แต่ก็เป็นรายได้สำหรับคนบางกลุ่มที่กระทำผิดกฎหมายและเอารัดเอาเปรียบสังคม  ปัญหายาเสพติดทำให้รัฐบาลต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมาก เพื่อใช้ในการป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษาและฟื้นฟู แทนที่จะนำไปใช้ในการด้านอื่นๆ ที่มีความจำเป็น ต้องสูญเสียทรัพยากรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโดยไม่จำเป็น รวมทั้งกระทบต่อทรัพยากรมนุษย์ เพราะยาเสพติดมีส่วนทำลายพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสมองของเด็กและเยาวชน และแรงงานที่จะเป็นพลังของประเทศไทยในอนาคต

 

การให้ความรู้เรื่องพิษภัยของยาเสพย์ติดแก่เด็กและเยาวชน

ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญยิ่งของประเทศไทย

เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาอื่นๆมากมายในประเทศ ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงและขยายตัวมากขึ้นจากผลของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โครงสร้างทางสังคมเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ขาดพลังและขาดความสมดุลในการพัฒนา สถาบันหลักทางสังคมหลายสถาบันเกิดความอ่อนแอ เป็นช่องว่างทำให้ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น มาตรการสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ บทบาทของสถาบันทางสังคมไทยในระดับรากหญ้า ซึ่งประกอบด้วย สถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน สถาบันโรงเรียน และสถาบันศาสนา เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหา

ปัจจุบันมีเด็กและวัยรุ่นเป็นจำนวนมากที่ใช้ยาผิดหรือติดยาเสพติด ซึ่งไม่ควรจะมีและน่าจะต้องป้องกันมิให้มี เพราะเด็กเหล่านี้คืออนาคตของชาติ เมื่อเด็กจิตใจว้าวุ่นสุขภาพจิตไม่ดี โอกาสที่จะหลงใช้ยาผิดก็มีมาก จึงควรหาทางป้องกันโดยศึกษาว่าความต้องการในจิตใจเด็กนั้นมีอย่างไรบ้าง หรือศึกษาว่าจิตใจของเด็กซึ่งใช้ยาเสพติดนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งจะพบว่าเด็กๆเหล่านี้ก็มีความต้องการเช่นเดียวกับจิตใจของเด็กที่กำลังพัฒนาคนอื่นๆ กล่าวคือ มีความต้องการซึ่งเป็นตัวผลักดันให้เด็กกระทำพฤติกรรมต่างๆ การป้องกันปัญหายาเสพติดในเด็กนั้นต้องพิจารณาจากหลายๆปัจจัย เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด คือ การให้การศึกษาแก่นักเรียนและประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดและถูกที่สุด

ยาเสพติดส่งผลกระทบทั้งทางร่างกาย จิตใจ รวมทั้งอนาคตต่อตัวผู้เสพ

ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดผลร้ายแก่ครอบครัว ชุมชน และสังคม ซึ่งต้องรับภาระในการดูแลหรือตกเป็นเหยื่อของผู้ติดยาเสพติด ปัญหายาเสพติดยังมีผลต่อระบบเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ เพราะการค้ายาเสพติดเป็นธุรกิจนอกกฎหมายซึ่งสร้างความร่ำรวยบนความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน แต่ก็ทิ้งภาระแก่ทางการในการติดตามปราบปรามผู้ค้า และรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เป็นงบประมาณจำนวนมหาศาล ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือปัจจุบันมีเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของยาเสพติดในรูปต่างๆ

การประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้เรื่องพิษภัยของยาเสพย์ติด

คงจะเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่เยาวชนได้ การจัดค่ายอบรมเรื่องยาเสพย์ติด การจัดรายการประจำทางสื่อวิทยุโทรทัศน์ และคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ นิตยสารและสิ่งพิมพ์ต่างๆ ตลอดจนการให้ความรู้ทางสื่ออื่นๆน่าจะเป็นวิถีทางที่เร่งเร้าจิตสำนึกของคนไทยให้ช่วยกันขจัดปัญหายาเสพย์ติด ผู้รับผิดชอบกำกับดูแลมาตรการทางกฎหมายและสังคมคงจะต้องทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ และต้องยอมรับกันว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุคือผู้เสพย์ยาแต่เพียงอย่างเดียวไม่น่าเป็นหนทางแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุซึ่งได้แก่การลักลอบผลิตและจำหน่าย จะช่วยส่งเสริมให้การแก้ปัญหาได้ผลอย่างถาวร

การป้องกันปัญหายาเสพติดเป็นหน้าที่ของทุกคนในชาติที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกัน

ในสังคมที่วุ่นวายสับสนเปลี่ยนแปลงรวดเร็วดังเช่นปัจจุบัน

ทำให้จิตใจผิดปกติง่ายหากเป็นบุคคลที่มีบุคลิกภาพอ่อนแอในทุกด้าน ทั้งอารมณ์และสติปัญญา รวมทั้งร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรงก็จะหาสิ่งยึดเหนี่ยว จะตกเป็นทาสยาเสพติดได้ง่าย ผู้ที่มีอารมณ์วู่วามไม่ค่อยยั้งคิดจะหันเข้าหายาเสพติดเพื่อระงับอารมณ์วู่วามของตนเนื่องจากยาเสพติดมีคุณสมบัติในการกดประสาทและกระตุ้นประสาท ผู้มีจิตใจมั่นคง ขาดความมั่นใจ มีแนวโน้มในการใช้ยาเพื่อบรรเทาความวิตกกังวลของตนให้หมดไปและมีโอกาสติดยาได้ง่ายกว่าผู้อื่น ยาเสพติดที่แพร่ระบาดในประเทศไทย ประกอบด้วย ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า สารระเหย โคเคน ยาอี และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทบางชนิด

ปัญหายาเสพติดทำให้ประเทศชาติของเราต้องสูญเสียพลเมือง เด็กและเยาวชนไปเป็นจำนวนมาก ยาเสพติดทำลายทั้งสุขภาพ อนาคต ตลอดจนการสูญเสียชีวิต การป้องกันปัญหายาเสพติดเป็นมาตรการที่ดีที่สุด แม้ในความเป็นจริงจะเป็นเรื่องยากมากที่พวกเราจะปกป้องลูกหลานของเราให้รอดพ้นจากวงจรของยาเสพติด การป้องกันปัญหายาเสพติดมิใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งหรือองค์การใดองค์กรหนึ่ง แต่หากเป็นหน้าที่ของทุกคนในชาติที่จะต้องร่วมมือร่วมใจป้องกันไม่ให้ลูกหลานของเราตกเป็นทาสของวงจรอุบาทว์ โดยเฉพาะสถาบันทางสังคมในระดับรากหญ้าควรต้องมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการป้องกันปัญหานี้

ปัจจุบันยาเสพติดได้มีการเปลี่ยนรูปแบบในการแพร่ขยายไปมากจากเดิม

เคยพบเป็นเฮโรอีนซึ่งเราก็ได้ยินกันบ่อยๆก็กลายเป็นยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี ที่เราได้ยินข่าวแทบจะทุกวัน ตัวยาพวกนี้ออกฤทธิ์ต่อสมองโดยเข้าไปปรับหรือเปลี่ยนแปลงสารเคมีบางตัว ทำให้มีฤทธิ์ที่ทำให้ผู้เสพรู้สึกคึกคัก มีพลัง หรือรู้สึกเพลิดเพลินค่อนข้างมาก หลายคนชอบใจติดใจในความสนุกสนานที่ได้รับจากฤทธิ์ของยา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายเสียแล้ว ทั้งสภาพแวดล้อม สังคม และค่านิยมในกลุ่มเป็นแรงผลักดันอีกชั้นหนึ่งประกอบกับหาซื้อได้ง่าย

การออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและยาเสพติด

1.การบรรเทาความเจ็บปวด ซึ่งอาจเป็นจากโรคทางกาย โรคทางจิต หรือการปวดเมื่อยตามตัวจากการทำงานหนัก
2.การลดความตึงเครียด ความกระวนกระวายใจ ความหงุดหงิด ความตื่นเต้น ตลอดจนการนอนไม่หลับ ยาที่กดระบบประสาทส่วนกลาง
3.การกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพื่อลดความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย การง่วงเหงาหาวนอน การอ่อนเพลีย การซึมเศร้า และขาดพละกำลัง
4.การมึนเมา ซึ่งหมายถึง ภาวะที่การรับความรู้สึกจากสิ่งแวดล้อม และความนึกคิดผันแปรไป ไม่ชัดเจนหรือดีเท่าปกติ ความทุกข์ทรมาน หรือความวิตกกังวลค่อยมึนชาไป
5.ประสาทหลอน ซึ่งหมายถึง ภาวะที่การรับความรู้สึกต่างๆ ผิดแปรไปจากปกติ สิ่งที่เห็นได้ยิน สัมผัส หรือรู้สึกด้วยวิธีใดก็ตาม จะรับรู้ผิดไปจากปกติ และแปลผลผิดจากปกติด้วย