การให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดแก่เด็กและเยาวชน

ปัจจุบันเยาวชนที่ตกเป็นทาสของยาเสพติด ส่วนมากมาจากสาเหตุหลายประการที่เกิดจากตัวเยาวชนเอง ปัจจุบันเยาวชนที่ตกเป็นทาสของยาเสพติดส่วนมากมาจากสาเหตุหลายประการที่เกิดจากตัวเยาวชนเอง เช่นความอยากรู้ อยากทดลอง ความคึกคะนองของเยาวชน ความต้องการให้เป็นที่ยอมรับของกลุ่มเพื่อนหรือ เข้ากับเพื่อนได้ ความไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเยาวชนใช้ยาในทางที่ผิดหรือหลงเชื่อคำโฆษณา จิตใจของเยาวชนเอง จิตใจอ่อนแแอ ใจคอไม่หนักแน่น เมื่อมีปัญหา ไม่สมหวัง ไม่ไตร่ตรองหาเหตุผลเพื่อแก้ปัญหา ก็ใช้ยาหรือยาเสพติดเป็นเครื่องช่วยระงับความ รู้สึกทุกข์ ของตน ใช้บ่อยๆทำให้เกิดการเสพติด

ยาเสพติดที่แพร่ระบาดในประเทศไทย

ประกอบด้วย ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า สารระเหย โคเคน ยาอี และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทบางชนิด เช่น จำพวกยานอนหลับ สำหรับการแพร่ระบาดแล้วตัวยาหลักคือ ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า สารระเหย โคเคน เอ็คซ์ตาซี่ ยาเค โดยฝิ่นและเฮโรอีน เคยเป็นยาเสพติดที่แพร่ระบาดรุนแรงในอดีต แต่ปัจจุบันลดระดับลง ฝิ่นคงมีแพร่ระบาดเฉพาะกลุ่มชาวเขา เฮโรอีนแพร่ระบาดในกลุ่มเสพเดิม ตัวยาที่แพร่ระบาดมากและมีปัญหาในระดับรุนแรง คือ ยาบ้า ซึ่งแพร่กระจายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน นักเรียนนักศึกษา สำหรับโคเคน เอ็คซ์ตาซี่ และยาเค การแพร่ระบาดจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มเยาวชน ผู้ใช้ในสถานบันเทิง และกลุ่มวัยรุ่มที่ฐานะดี ส่วนสารระเหยจะแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กนอก สถานศึกษา ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

การให้ข่าวสารและความรู้แก่ประชาชนเพื่อป้องกันยาเสพติดนั้น คือ วิธีการทำให้กลัวกับวิธีการให้ข้อมูลที่เป็นความจริง สำหรับวิธีแรกนั้นมีผลในการกระตุ้นให้ตกใจ และเห็นปัญหาตลอดจนหาทางแก้ไข แต่อาจเกิดความตกใจจนเกินกว่าเหตุและ มีปฏิกิริยาที่ไม่ได้ผลเต็มที่ในระยะยาวได้ วิธีการนี้ยังพบว่าไม่ได้ผลสำหรับผู้ที่เคยมีประสบการณ์และได้ลองยามาแล้ว และรู้ว่าข่าวสารหรือความรู้นั้นไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ยังมีผลให้ผู้ที่มีประสบการณ์และไม่เกิดผลร้ายอย่างที่อ้าง กลายเป็นผู้ที่เก่งกาจน่านิยมมากขึ้นอีกสำหรับเยาวชนที่เป็นปัญหา

การป้องกันตัวเองและคนรอบข้างให้พ้นจากวังวนของยาเสพติดเปรียบเสมือนก้าวแรกที่สำคัญที่จะทำให้เราไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับมัน หากเราไม่คิดจะป้องกัน มัวแต่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดก็ไม่มีวันหมดไปได้ เพราะกันไว้ดีกว่าแก้เราสามารถป้องกันตัวเองจากยาเสพติดได้ไม่ยาก อย่าคิดว่ายาเสพติดเป็นสิ่งไกลตัว ใช่ว่ายาเสพติดจะมีแค่ยาบ้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งของแบบนั้นเราเองยังไม่รู้ว่าจะเจอได้ยังไง เพราะยาเสพติดมีหลายประเภท ของบางอย่างเราอาจคาดไม่ถึงว่ามันก็ทำให้เราติดได้ แม้ไม่ใช่ยาเสพติดโดยตรงก็ตาม เมื่อได้ชื่อว่าเสพติดแล้วก็ย่อมยากที่จะเลิกมัน การป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดซึ่งสามารถเริ่มได้จากตัวเรา ครอบครัว และคนรอบข้าง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษที่ใช้ในทางการแพทย์

caaustralia.org

การจัดประเภทของยาเสพติดให้โทษนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ 1. ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง ไม่มีใช้ในทางการแพทย์ เช่น เฮโรอีน เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า 2. ยาเสพติดให้โทษที่ใช้ในทางการแพทย์ เช่น มอร์ฟีน โคเคน 3.ยาเตรียมที่มียาเสพติดให้โทษ เช่นยาแก้ไอผสมไอโอดีน 4.สารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดทั้งประเภท 1และ 2 เช่นสารที่ใช้ในการผลิตเฮโรอีน 5.ยาเสพติดที่ไม่จัดอยู่ในประเภท 1-4 ได้แก่ กัญชา พืชฝิ่น พืชกระท่อม พืชเห็ดสำหรับยาเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์นั้นจัดอยู่ในประเภทที่ 2 ประกอบด้วย กลุ่มมอร์ฟีนและโคเคน ซึ่งจะใช้เป็นยาระงับอาการปวดและใช้ในการผ่าตัด โดยปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่ายาเสพติดให้โทษบางชนิด สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ดีในทางการแพทย์ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาและบรรเทาอาการเจ็บปวดของคนไข้

ซึ่งยาเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์จะมีคณะกรรมการอาหารและยา กำกับดูแลอย่างเข้มงวด โดยจะคอยควบคุมการรับ การจ่าย การเก็บรักษาตัวยา และการกระจายไปยังสถานพยาบาลต่างๆ โดยจะจำหน่ายยาให้แก่ผู้ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเท่านั้น ในปัจจุบันการใช้ยาเสพติดในการรักษาของประเทศไทยนั้นอยู่ในระหว่างการพัฒนา และมีข้อกำหนดทางการแพทย์เกี่ยวกับปริมาณการใช้สารเสพติดอย่างเพียงพอ เพื่อความเหมาะสมต่อผู้ป่วย โดยจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ป่วยเป็นหลัก และระมัดระวังการใช้เป็นพิเศษ โดยในอนาคตจะมีการคิดค้นและเพิ่มตัวยาเสพติดใหม่ๆ นำมาใช้ในทางการแพทย์ เพื่อใช้ทำการรักษาผู้ป่วย

จะเห็นได้ว่ายาเสพติดนั้นมีทั้งให้โทษและให้ประโยชน์ สำหรับยาเสพติดให้โทษนั้นในปัจจุบันมีมากมายซึ่งมีโทษทางกฎหมายและอาจจะทำลายชีวิตได้ด้วย สำหรับยาเสพติดให้ประโยชน์ ในส่วนนี้ทางการแพทย์จะเป็นผู้นำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วย ดังนั้นยาเสพติดให้โทษหากนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์เพื่อช่วยในการรักษาและบรรเทาอาการเจ็บปวดให้กับผู้ป่วยก็จะสามารถทำให้ผู้ป่วยนั้นลดอาการเจ็บปวดลดได้เยอะ และสามารถทำให้การรักษานั้นเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น

สาระน่ารู้เกี่ยวกับสารเสพติดโคเคน

โคเคน เป็นสารสกัดมาจากใบของต้นโคคามีออกฤทธิ์เป็นสารกระตุ้นที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางและเป็นสารที่ระงับความต้องการของร่างกายและหรับผู้ที่ได้รับสารนี้จะรู้สึกมีความสุข และมีพลังงานเพิ่มอย่างสูงในระยะเวลาสั้นๆ ทั้งนี้ผู้ที่ใช้สารเสพติดเหล่านี้ส่วนใหญ่มีอาการเครียดวิตกกังวลอย่างรุนแรง พักผ่อนไม่เพียงพอ และต้องการผ่อนคลายความตึงเครียดลง

ทั้งนี้ผลกระทบที่ผู้ใช้จะได้รับจากสารเสพติดโคเคนมีด้วยกันดังนี้
1.ความรุนแรงของอาการทางจิตที่เกิดจากโคเคน จะมีมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปริมาณและความเร็วของโคเคนที่เข้าสู่สมอง
2.ผลทางร่างกายจะมีพละกำลัง อาการที่เกิดขึ้นมือจะสั่น อัตราการเต้นหัวใจเร็วขึ้น ความดันเลือดสูง อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นและอาจจะทำให้เกิดอาการชักหมดสติระบบการหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้ด้วย
3.ผลทางจิตใจผู้เสพจะมีอาการเคลิบเคลิ้มเป็นสุขความวิตกกังวลลดลงการเข้าสังคมลดลงและหากเสพต่อเนื่องไปเรื่อยๆจะทำให้เกิดอาการประสาทหลอนอย่างเช่นพูดพล่ามไม่หยุดไม่กินอาหาร ไม่หลับไม่นอน และมีความแปรปรวนทางอารมณ์ตลอดเวลา
4.การเสพติดโคเคนทางจิตใจเมื่อไม่ได้เสพตัวผู้ติดยาจะมีอาการกระสับกระส่ายกังวลใจอย่างรุนแรง ร่างกายอ่อนล้า และจิตใจหดหู่และ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเหล่านี้ ผู้เสพติดโคเคนส่วนใหญ่จึงมักเสพยาติดต่อกันไปเรื่อยๆก่อให้เกิดปัญหาการได้รับยาเกินขนาด ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการชัก ระบบการหายใจล้มเหลว หัวใจวาย เส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิตได้

ข้อเสียของการใช้สารโคเคน นั้นสารโคเคนจะมีผลให้ระบบการหายใจล้มเหลว มีโอกาสเป็น โรคหัวใจ และอัมพาตในผู้ใช้สารโคเคนเป็นระยะเวลานาน หลังจากโคเคนหมดฤทธิ์แล้วอาจจะทำให้เกิดอาการซึมเศร้าเนื่องจากภาวะการลดระดับของสารโดปามีนในสมองอย่างฉับพลัน ถึงแม้ว่าโคเคนจะเป็นสารเสพติด แต่ทางการแพทย์ก็มีการใช้สาร Topical Anesthesia โดยการใช้ร่วมในเด็ก อย่างเช่น การศัลยกรรม ตา จมูก และคอ

จะเห็นได้ว่าสารโคเคนนั้นมีผลร้ายแรงเลยทีเดียวเพราะเมื่อผู้เสพได้เสพยาชนิดนี้เข้าไปแล้วจะส่งผลร้ายต่อร่างกายมากกว่าผลที่ได้รับ

ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตส่งผลกระทบต่อสังคม

การติดยาเสพติดเป็นปัญหาหนักของสังคมในปัจจุบัน ที่มาจากสาเหตุหลายอย่าง เช่น เพื่อนชักชวน การอยากลอง อยากมีประสบการณ์แปลกๆ รักสนุก หรือปัญหาครอบครัว และเมื่อตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ของสารเสพย์ติดเหล่านี้ ผู้ใช้จะมีความรู้สึกเคลิบเคลิ้มที่แตกต่างจากโลกที่เคยพบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความรู้สึกชั่วคราว ที่เกิดจากฤทธิ์ของยา แล้วจะหายไปเมื่อยาหมดฤทธิ์ ผู้ที่ติดยาจึงเปรียบเหมือน ระเบิดเวลาที่อาจจะระเบิดออกมาเมื่อไรก็ได้เมื่อระเบิดแล้วก็ก่อปัญหา ทั้งต่อตัวเองและสังคม ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ตระหนักถึงพิษภัยและโทษของยาเสพติด และช่วยกัน สร้างความรัก ความอบอุ่นให้กับครอบครัวเพื่อเป็นการไม่ให้เยาวชนไทยติดยาเสพติด

จะเห็นได้ว่าการใช้ยาเสพย์ติดส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพล มาจากวัฒนธรรม และสังคมต่างประเทศ โดยเฉพาะยาอี และยาเค ฉะนั้นครอบครัวจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะปลูกฝังภูมิคุ้มกันยาเสพย์ติด ให้แก่เยาวชนของชาติ หมั่นสอดส่องดูแล ให้ความเข้าใจ และความอบอุ่น เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจ สำหรับตัวเยาวชนเอง ต้องรู้จักการยับยั้งชั่งใจ รู้จักปฏิเสธ เมื่อถูกชักชวนให้ทดลองเสพย์ยา โดยการใช้เวลาว่างให้ถูกต้อง อย่างเช่น การเล่นกีฬา ดนตรี หรือแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อป้องกัน การแทรกซึม จากภัยของยาเสพย์ติด

นอกจากนี้แล้วการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ความรู้ เรื่องพิษภัยของยาเสพย์ติดนั้นยังเป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้องแก่เยาวชนได้ การจัดค่ายอบรม เรื่องยาเสพย์ติดการจัดรายการประจำ ทางสื่อวิทยุโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ต่างๆรวมทั้งการให้ความรู้ ทางสื่ออื่นๆเพราะจะเป็นวิถีทาง ที่เร่งเร้าจิตสำนึกให้ช่วยกัน ขจัดปัญหายาเสพย์ติดที่สำคัญผู้รับผิดชอบกำกับดูแลมาตรการทางกฎหมายและสังคมจะต้องทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหา อย่างเช่น การลักลอบผลิตและจำหน่าย เพื่อเป็นการลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา

จะเห็นได้ว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ หากประเทศใดมีประชาชนติดยาเสพติดจำนวนมาก ก็ไม่สามารถพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองได้ดังนั้นแล้วทุกคนควรจะร่วมมือกันในการช่วยกันสอดส่องดูแลเยาวชนไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสติดเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ครอบครัวมีความสุขได้อีกอย่างยังสามารถช่วยให้ประเทศชาติเจริญยิ่งขึ้น

โทษทางกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด

ปัญหายาเสพติดได้แผ่ขยายวงกว้างไปทั่วทุกหนแห่ง

แพร่กระจายอย่างรวดเร็วราวเกิดโรคระบาด มีการคิดค้นตัวยาแปลกๆออกมาขายกันเกร่อ ก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมทุกด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมครอบครัว มีข่าวการจับกุม ข่าวเภทภัยของยาเสพติดให้เห็นทุกวันทางทีวี หนังสือพิมพ์ แต่เหตุใดยิ่งปราบก็ยิ่งมีมากขึ้นทวีความรุนแรงขึ้นทุกที ยาเสพติดให้โทษเป็นสารเคมีหรือวัตถุใดๆซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดยการกิน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใดๆแล้วจะทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจ รวมตลอดถึงพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นหรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติด และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษด้วย

การมีไว้ในครอบครอง เสพ และจำหน่ายสารเสพติดที่กฎหมายกำหนดห้ามไว้ เป็นความผิดตามกฎหมายไทย โดยความผิดดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาและจะเป็นคดีให้ศาลอาญาพิจารณาต่อไป แต่อย่างไรก็ตามนักโทษคดียาเสพติดอาจได้รับการพิจารณาให้รับการรักษาในสถานบำบัดแทนการติดคุกก็ได้ การลงโทษทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสารเสพติดนั้นพบว่ามีบทลงโทษไว้ในสถานเบา ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ค้าและผู้เสพมักไม่กลัวเกรงต่อการกระทำผิด รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวกับสารเสพติดมีเนื้อหาและรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงควรศึกษาถึงกฎหมายดังกล่าวเพื่อจะได้เป็นแนวทางในการแนะนำให้ผู้อื่นได้ตระหนักถึงโทษของการมีหรือครอบครองการใช้สารเสพติดประเภทต่างๆ

ความผิดเกี่ยวกับสารเสพติด

1. การผิตสารเสพติด มีนิยามศัพท์ไว้ว่า การผลิต หมายถึง การเพาะผลูก ทำ ผสม ปรุง แปลง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วย
2. การขาย จำหน่าย หรือจ่ายแจก มีนิยามศัพท์ไว้ว่า จำหน่าย หมายถึง การขาย จ่ายแจก แลกเปลี่ยน
3. มีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย มีบางมาตราบัญญัติเป็นข้อสันนิษฐานของกฎหมายไว้ว่า “ถ้าในกรณีของเฮโรอีนไว้ในครองครองตั้งแต่ 20 กรัมขึ้นไป กฎหมายถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า ถ้ามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองไม่ถึง 20 กรัม จะตั้งข้อหาว่ามีไว้ในครอบครองเพิ่อจำหน่ายไม่ได้
4. เสพ หมายถึงการรับสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยหลัหวิทยาศาสตร์การแพทย์
5. การบำบัดรักษา ตามมาตรา 94 ระบุไว้ว่าให้ผู้เสพสารเสพติดได้รับการยกเว้นโทษ หากสมัครใจขอเข้ารับการบำบัดรักษาก่อนที่ความผิดจะปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่